แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเมืองอียิปต์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเมืองอียิปต์ แสดงบทความทั้งหมด

3 สิงหาคม 2556

Puasa Ramadan tahun 1434 hijrah

Umat Islam hampir seluruh dunia menyambut ketibaan Ramdan pada 10 Jun,walau umat islam bersibuk-sibuk beribadat di bulan ini tetapi musuh islam tidak melengah untuk melakukan zalim dengan berbagai tektik salah satunya ialah rampasan kuasa terhadap president Mesir Dr.Muhammad Mursi Presideng yang dipilih secara sah pada Jun 2012 lalu,walau dengan kemenangan tipis iaitu 51.8 Peratus sehaja tetapi ia dianggap sebagai pilihanraya yang bersih yang tidak pernah di kecap oleh rakyat Mesir.Musuh islam dengan sayapnya pembangkan yang kalah dalam pilihan raya yang berpemekiran Secular-Liberal dan Pro rejim Mubarak sudah bersatu di bawa satu gerakan yang di beri nama "Ikatan penyelamat tanahair" sudah hampir setahun mereka berusaha untuk mengguling president Mursi tetapi masih gagal berbagai tuduhan dan berita angin yang di siah siang malam melalui media sewasta yang kebanyakan di milikki oleh kroni Mubarak.walau mereka berjaya mempengaruhi setengah rakyat mesir tapi rakyat mesir sudah bijak dalam mencari berita dengan adanya chanel misr 25 kepunyaan Ikhwanul Muslimin sendiri,chanel Aljazizah kepunyaan Kerajaan Qatar dan lain-lain lagi.

9 ธันวาคม 2555

วิเคราะห์การเมือง" บังซี ประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญชั่วคราว..แต่เรื่องราวยังไม่จบ"

" บังซี ประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญชั่วคราว..แต่เรื่องราวยังไม่จบ"

เป็นทางการอย่างชัดเจน เมื่อบังซี ผู้นำของอียิปต์ ได้ประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญชั่วคราว และได้มีการร่างใหม่พร้อมมีการแก้ไข บางมาตรา ถึงแม้ว่าฝ่ายค้าน อาทิเช่น นายฮัมดาน นายบราดัย และนายอัมร์ มูซา ได้ทำการบอยคอต (ไม่เข้าร่วม) ผู้เข้าร่วมโดยประมาณ 49 คน ได้ลงมติให้ยกเลิกฉบับเก่าพร้อมแก้ไขใหม่ ฝ่ายค้านจะคิดอย่างไรลงเอยแบบไหน จะเห็นด้วยหรือไม่นั้น...ยังคงหาคำตอบไม่ได้ต้องรอดูกันต่อไป..............

ยังคงเหลืออีกเรื่องที่เป็นปัญห
าและก่อให้เกิดความรุนแรง นั่นคือรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่จะรอลงประชามติในวันที่ 15 ธันวาคม 2012 ที่จะถึงนี้ยังคงเป็นเรื่องที่เราต้องจับตามองกันต่อไป

.....................

ตามความคิดเห็นของผม เล็กๆน้อยๆ ในฐานะที่เห็นความจริง ในชีวิตอียิปต์ประจำวัน และจากเพื่อนๆที่เป็นนักข่าวทั้งสมัครเล่นในการติตามเหตุการณ์

ผมคิดว่า เรื่องของเรื่อง เป็นเพราะหัวโจทย์ใหญ่ หรือหัวหน้าของผู้เข้าสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีหรือคู่แข่งของบังซี คือ "นายใหญ่" หรือจอมโจรและจอมฉก ถ้าไม่มีผู้มีอิทธพลเหล่านี้คอยหนุนอยู่เบื้อหลัง อย่าหวังว่าคนธรรมดาจะกล้าร่วมประท้วงโดยไม่ฟังเหตุผลและไม่ยอมรับอะไรอย่างที่เห็นอยู่...

บังซีลง ไม่ใช่เพราะพ่ายแพ้ เพราะไม่ได้บ้าอำนาจอย่างที่โลกมอง แต่เพราะรู้ว่า....ถ้ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้น ผู้ที่ตายคือคนธรรมดาที่เข้าร่วมประท้วงรายวัน ไม่ใช่ "นายใหญ่" ที่อยู่เบื้องหลังและคอยสั่งการเพียงเท่านั้น

..บังซี ยังต้องรับมืออีกเยอะแยะกับเหตุการณ์ต่างที่จะเกิดขึ้นตราบใดที่ยังมีพวกเหล่านี้อยู่เบื้องหลัง คอยจุดไฟ เฝ้าไฟไม่ให้มอดลงได้ง่ายๆ..ตราบใดที่ยังดำรงตำแหน่ง ประธานาธิบดี

ผมไม่ได้เข้างข้างบังซี แต่เข้าใจภาวะผู้นำ ที่มีคู่แข่งในการเลือกตั้ง ถ้าผู้แพ้ แพ้อย่างบริสุทธิ์ใจ ก็คงไม่มีปัญหา แต่ด้วยแพ้อย่างไม่พอใจ นี่ซิ เรื่องใหญ่สำหรับผู้ที่ชนะ....และเป็นธรรมดาของเรื่องการเมือง..เรื่องอำนาจ และเรื่องความคิด....บังซีจะเป็นคนอย่างไร จะเลวจะร้าย แต่เมื่อขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งนี้แล้ว..เราคนธรรมดา ก็ต้องให้กำลังใจและก้าวไปด้วยกัน หากทำชั่วถึงขั้นเลวร้าย ผู้ที่อยู่เบื้องหลังก็น่าจะมีสิทธิ์รวมพลถล่มปฎิวัติได้ไม่ใช่เหรอ....เพราะอดีตเคยทำกันมาแล้ว......

..................
ขอขอบคุณเฟส
หนุ่ม ช่างฝัน

30 มิถุนายน 2555

มารู้จักภรรยา ผู้นำอียิปต์คนแรกที่คลุมฮิญาบ และขอไม่เป็น “สตรีหมายเลข 1”

สำนักข่าวอัลอาราบิญา - นัคลาอฺ มะฮฺมู้ด ภรรยาของประธานาธิบดีอียิปต์คนใหม่จากกลุ่มภราดรภาพมุสลิม มุฮ้มมัด มุรฺซี ที่เพิ่งได้รับการเลือกตั้งเมื่อ สัปดาห์ที่ผ่านมา ปฏิเสธที่จะรับตำแหน่ง “สตรีหมายเลข 1” ของอียิปต์ โดยเธอกล่าวว่า เธออยากมีฐานะเป็น “ผู้รับใช้หมายเลข 1 ของประเทศอียิปต์” มากกว่า และทุกคนสามารถเรียกเธออย่างง่ายๆ ว่า “Um Ahmedd หรือ แม่ของอะฮฺมัด” หรือแค่เพียง “ฮัจญะฮฺ” ก็ได้

                                    นัคลาอฺ มะฮฺมู้ด ภรรยาของประธานาธิบดีอียิปต์คนใหม่

นัคลาอฺ มะฮฺมู้ด กล่าวในเว็ปไซต์ อิควาน ออนไลน์ ของกลุ่มภราดรภาพมุสลิมว่า อิสลามไม่ได้กำหนดฐานันดร หรือสถานะทางสังคมให้แตกต่างระหว่างผู้หญิงด้วยกัน เราทุกคนเป็นชาวอียิปต์ และต้องสามัคคีกันเพื่อประเทศชาติ

ยังไม่ทันที่สามีของเธอจะได้บริหารงานอย่างเต็มที่ ก็มีเสียงโต้แย้งกันแล้วเกี่ยวกับการแต่งกายของเธอ เนื่องจากเธอจะเป็นภรรยาประธานาธิบดีอียิปต์คนแรกที่คลุมฮิญาบ

ที่ผ่านมาภรรยาผู้นำอียิปต์ทุกคน นับตั้งแต่ราชินีนาริมาน มเหสีของกษัตริย์ฟารุค ที่ถุกขับออกจากตำแหน่งในการปฏิวัติปี พ.ศ. 2495 จนถึงนางทาเฮีย กอเซ็ม ภรรยาของอดีตประธานาธิบดีกามาล อับเดล นัสเซอร์, นางญิฮาน ราอุฟ ภรรยาอดีตประธานาธิบดีอันวาร์ ซาดัต ที่ถูกลอบสังหาร และสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด คือ นางซูซานน์ ฏอเบ็ต ภรรยาของอดีตประธานาธิบดี ฮุสนี มุบารัก ที่เพิ่งถูกขับออกจากอำนาจเมื่อเร็วๆนี้ ล้วนแต่นิยมแต่งกายตามแบบตะวันตก และไม่คลุมฮิญาบเป็นประจำ

ที่ผ่านมาภรรยาผู้นำอียิปต์บาง คนก็มีบทบาทในสังคม เคียงข้างสามี แต่บางคนก็เก็บตัว ไม่พยายามออกงานสังคม สำหรับนัคลาอฺ มะฮฺมู้ด ภรรยาประธานาธิบดีอียิปต์ คนใหม่นี้ สื่อกล่าวว่า ยังไม่อาจเดาได้ว่าเธอจะออกงานสังคม และเดินทางติดตามสามีไปยังประเทศต่างๆ หรือไม่ เนื่องจากข้อมูลของเธอปรากฏต่อสังคมเพียงเล็กน้อยเท่านั้นในขณะนี้

29 มิถุนายน 2555

ประกาศผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ

24 มิ.ย 2555 ประธานกกต.นายฟารูก ซุลตอน ประกาศผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการวันนี้โดยดร.มูฮัมหมัด มูรซี ชนะด้วยคะแนน 13,230,181 ทิ้งห่างนายอะหมัด ซาฟิกที่ได้คะแนน 12,347,380 คะแนน จำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งมีจำนวน 50,958,794 คน มีผู้ออกมาใช้สิทธิ์ 26,420,763 คน ,บัตรเสีย 843,252 ใบ
 นายอะหมัด ซาฟิก

นายมูฮัมหมัด มูรซี
พร้อมกันนี้ประธานกกต.ได้ประกาศว่านายมูฮัมหมัด มุรซี  คือประธานาธิบดีคนใหม่ สร้างความไม่พอใจแก่นักข่าวสายอดีตผู้นำคนก่อน แต่ก็ถูกประธานการแถลงข่าวสั่งให้สงบอารมณ์ สถานการณ์ในหอประชุมจึงเข้าภาวะปกติ
     การประกาศผลในวันนี้สร้างความปิติยินดีอย่างยิ่งสำหรับชามอียิปต์ โดยเฉพาะเหล่าผู้ชุมนุมที่ยังปักหลัก ณ จตุรัสตะห์รีร  

24 มิถุนายน 2555

ฟาโรห์ 2012 ตัวจริงหรือแค่หุ่นเชิด


ฟาโรห์ 2012 ตัวจริงหรือแค่หุ่นเชิด ในอุ้งมือทหาร :เปิดโลกวันอาทิตย์ :โดย.ดลหมาน ณ ไคโร





               แทบไม่น่าเชื่อว่า ชีวิตของฮอสนี มูบารัก อดีตประธานาธิบดีผู้เคยยิ่งใหญ่ปกครองแดนสฟิงกซ์อียิปต์มาตลอด 30 ปีจะแขวนอยู่บนเส้นด้ายเพียงแค่ปีเดียวหลังจากถูกพลังประชาชนโค่นล้ม ตามด้วยการถูกศาลพิเศษตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ในข้อหาออกคำสั่งให้สังหารผู้ประท้วงระหว่างการชุมนุมใหญ่เมื่อต้นปีที่แล้ว

               เดิมทีอดีตผู้นำอย่างมูบารัก เป็นผู้มีศักยภาพในด้านการปกครอง การวางตัว และการสื่อสารกับผู้นำต่างประเทศได้อย่างสมศักดิ์ศรีของผู้นำระดับประเทศ แต่เป็นเพราะการทำงานจะต้องทำเป็นทีม ต้องมีพรรคมีพวก มีบริวาร อาจเป็นสาเหตุหนึ่งทำให้อดีตผู้นำผู้นี้ไม่สามารถเข้าถึงชีวิตจริงของชาวรากหญ้าทั่วไปซึ่งมีหลายกลุ่ม นับเป็นจุดบอดสำคัญทำให้นายมูบารักไม่มีโอกาสรับรู้ปัญหาแท้จริงที่เกิดขึ้นเนื่องจากถูกปกปิด ถูกหมกเม็ด ไม่มีการรายงานผ่านสื่อให้ทั่วโลกได้เห็นว่าชีวิตจริงๆ ของผู้ที่ถูกกดขี่ ถูกกดดันและอยู่ใต้อำนาจมืดเป็นเช่นใด
                การบริหารภายใต้กำปั้นเหล็ก ทำให้ชาวบ้านธรรมดา คนจรหมอนหมิ่น นักศาสนา นักธุรกิจ ไม่สามารถพูดออกความเห็นอะไรได้มากนัก โดยเฉพาะเรื่องการเมืองที่ห้ามพูดถึงเป็นอันขาด เช่นเดียวกับการห้ามนำเสนอข่าวชาวอียิปต์หลายร้อยคน ที่ไว้เครายาวสวมชุดโต๊บและหมวกขาวอยู่บนศีรษะ ถูกจับขึ้นรถสีน้ำเงินซึ่งเป็นรถจับผู้ทำผิดกฎหมาย หรือเรื่องของเงินเดือนแสนน้อยนิดของครูสอนศาสนาที่ต้องกระเบียดกระเสียรไม่ต่างอะไรกับคนทั่วไป ตรงข้ามกับภาพเจ้าหน้าที่ระดับสูงใส่สูทยามออกงานสังคม ภาพของผู้นำที่ยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ระหว่างร่วมงานเลี้ยง ฯลฯ
                แต่จุดที่ทำให้นายมูบารักตกม้าตาย ก็คือการพยายามผลักดันลูกชายให้เป็นทายาททางการเมือง กลายเป็นชนวนให้คนวงในเริ่มไม่ไว้ใจ กอปรกับมีการยักยอกผลประโยชน์จากการทำธุรกิจระดับประเทศ หรือการพยายามรวบอำนาจไว้ในมือถึงชั้นยกเลิกผลการเลือกตั้งหากมีพวกที่ไม่ต้องการเข้ามามีบทบาทในสภามากเกินไป แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดอย่างเปิดเผย ทำให้นายมูบารักไม่ทราบว่าภัยได้ก่อตัวอย่างเงียบเหมือนคลื่นใต้น้ำ จนท้ายสุดประชาชนกลุ่มต่างๆ ก็ลุกฮือประท้วงจนสามารถล้มระบอบอำนาจเก่า แล้วพยายามสร้างระบอบใหม่ขึ้นมา ด้วยความหวังว่าผู้นำคนใหม่จะต้องเป็นคนใหม่ ไม่ใช่นักการเมืองหน้าเก่าที่ฉวยโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารต่อไป หลังจากมีการเลือกตั้งระบอบประชาธิปไตยเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี โดยมีสภาทหารเป็นผู้รักษาการและควบคุมดูแลความมั่นคงทั้งหมด
                 ผลการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ปรากฏว่ากลุ่มมุสลิมภราดรภาพ หรืออิควานมุสลีมีน ศัตรูตัวฉกาจของขั้วการเมืองเก่าครองเสียงข้างมาก ส่วนผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบแรกซึ่งมีผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างเข้มงวดจนมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง 13 คน เพื่อคัดผู้สมัครที่มีคะแนนมากที่สุด 2 รายแรกที่จะเข้าชิงดำในรอบ 2
                 ปรากฏว่าผู้ผ่านเข้ารอบ 2 ได้แก่นายมูฮำหมัด มูรซี จากพรรคมุสลิมภราดรภาพซึ่งเป็นพรรคใหม่ และนายอะหมัด ชาฟีก ไม่สังกัดพรรค แต่เป็นคนหน้าเก่าตั้งแต่สมัยนายมูบารัก ทำให้ผู้ประท้วงที่เคยผสานใจกันประท้วงยอมสละชีวิตแลกกับศักราชใหม่ของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในประเทศได้เกิดแตกเป็นหลายฝักหลายฝ่ายอีกครั้ง
                 นายมูฮำหมัด มูรซี ที่ทั่วโลกและใครๆ ต่างหวาดกลัวว่าถ้าได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่เนื่องจากสังกัดพรรคอัลอิควานอิสลามมียะห์ หรือพรรคมุสลิมภราดรภาพ ซึ่งถูกปฏิเสธจากโลกตะวันตกโดยเฉพาะยิว โดยพรรคนี้ก่อตั้งที่จังหวัดที่อิสมาอีลียะห์ เมื่อปี 1928 โดย อัชชะฮีด อิมามหะสัน อัลบันนา บุรุษไว้เครายาว หนึ่งในผู้เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เเละฟื้นฟูอิสลามที่โดดเด่นที่สุดในยุคนั้น ไม่ว่าเรื่องความไม่เป็นธรรม หรือเรื่องคอรัปชั่น
                 ที่สำคัญ อิควานนั้นถือได้ว่าเป็นศัตรูสำคัญที่สุดของยิว เพราะรู้แผนการของชาวยิวได้ดีทุกจุดและยังรู้จักชาวยิวดีทุกอณู ทำให้ยิวไม่สามารถเดินตามเเผนการของตัวเองได้ ด้วยความเข้มแข็งของพวกอิควานที่ต่อสู้ด้วยความไม่เห็นเเก่ตัวเเละด้วยจิตใจที่เสียสละ แต่ในสมัยของญามัล อับดุลนาซีร หรือประธานาธิบดีนัซเซอร์ ซึ่งแม้จะมาจากกลุ่มอัลอิควาน แต่เมื่อขึ้นมามีอำนาจแล้วก็สั่งจับกุมคุมขังพวกอิควานกว่า 5 หมื่นคน ด้วยเหตุผลว่าเป็นภัยต่อประเทศ
                 นับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ พรรคอิควานมุสลีมีนก็กลายเป็นโลโก้ที่น่ากลัวของคนทั่วโลก โดยเฉพาะพวกยิวหรือโลกตะวันตกที่พูดกันต่อๆ ว่า “อิสลาม” เป็นศาสนาที่น่ากลัวไปโดยปริยาย
                 จนมาถึงยุคของมูบารัก พรรคมุสลิมภราดรภาพ ก็ยังคงเป็นสิ่งต้องห้ามและอยู่ในเครือข่าย “พวกผิดกฎหมาย” หรือถูกตราหน้าว่าเป็น “พวกมุสลิมก่อการร้าย” คือพวกที่ก่อความวุ่นวาย สร้างความแตกแยก แต่แท้ที่จริงแล้ว กลุ่มนี้ไม่ได้โหดร้าย ไม่ได้สร้างความแตกแยก ไม่ได้สุดโต่งในเรื่องศาสนา และไม่ได้อยู่กับสังคมโลกไม่ได้ เหมือนอย่างที่ถูกกล่าวหา เว้นแต่การแต่งกายที่คงรูปแบบอิสลาม มีสถานะเป็นอยู่ที่ชัดเจน  มีสมาชิกเครือข่ายหลากหลาย และเข้าสู่สังคมทั่วโลกอย่างกว้างขวาง มีการพัฒนาโดยนำอิสลามมาประยุกต์ใช้กับสังคมสมัยใหม่และเข้าสู่สังคมโดยไม่แบ่งชนชั้นใดๆ    
   
                  ช่างน่าโชคร้ายสำหรับนายมูฮำหมัด มูรซี ที่ขึ้นมาจากพรรคที่ใครๆ ต่างมองในแง่ลบจนต้องแถลงว่าหากได้เป็นประธานาธิบดี ก็จะลาออกจากหัวหน้าพรรคมุสลิมภราดรภาพ ซึ่งยิ่งทำให้คะแนนเสียงวูบลง แต่นายมูฮำหมัด มูรซี ยังคงหวังว่าจะชนะแน่นอน
                  ด้านนายอะหมัด ชาฟิก อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ และอดีตนายกรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาลนายมูบารัก เป็นคู่แข่งขึ้นมาแบบ “อูฐมืด” ที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนชนิดหักปากกาเซียนนักวิเคราะห์วิจารณ์ ซึ่งไม่เชื่อว่าคนเก่าในสมัยอดีตประธานาธิบดีมูบารักจะก้าวมาไกลถึงขนาดนี้ การขุดคุ้ยข่าว การประท้วงเริ่มมีขึ้นในทุกสถานที่
                  จากเดิมที่เคยร่วมกันต่อสู้เพื่อลบล้างระบบเก่าๆ และคนเก่าๆ แต่ท้ายสุดกลับกลายเป็นว่าต้องยอมรับผลการเลือกตั้งอย่างเงียบๆ หรือนี่อาจจะเป็นเกมการเมืองของนักการเมืองเก่าที่ฝังตัวเงียบรอจังหวะที่จะฟื้นคืนชีพอีกครั้ง
                  ก่อนการเลือกตั้งรอบตัดสินไม่กี่วัน บรรดานายพลในสภาทหารได้ประกาศยุบสภาและควบคุมอำนาจนิติบัญญัติทั้งหมด ทำให้ชาวอียิปต์โดยเฉพาะกลุ่มนักปฏิวัติที่ผ่านมาเริ่มเอะใจคิดว่าคำสั่งนี้มีขึ้นเพื่อตัดสิทธิ์ “ประธานาธิบดี” คนต่อไป เหมือนกับบอกเป็นนัยว่าสภาทหารคงจะรู้เบาะแสเรื่องผลการนับคะแนนเป็นการภายในว่า นายมูฮำหมัด มูรซี คงชนะการเลือกตั้ง เป็นเหตุให้สภาทหารคิดจะยื้ออำนาจไว้ต่อไป ที่สำคัญจะมีอำนาจเหนือกฎหมายโดยเฉพาะการขึ้นมาของประธานาธิบดี ซึ่งคงต้องอยู่ในเงื้อมมือของอำนาจทหารอย่างแน่นอน
                  แต่ถ้านายอะหมัด ชาฟิก เกิดชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ ทุกอย่างก็คงไม่มีการเปลี่ยนแปลง และนี่คือสิ่งที่พวกนักปฏิวัติทุกคนต่างลุกฮือกันขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อความกระจ่างและเพื่อทวงสัญญาที่สภาทหารเคยให้ไว้ว่า สภาทหารจะดูแลความปลอดภัยของคนในประเทศและจะคืนอำนาจหลังจากได้ประธานาธิบดีคนใหม่แล้ว แต่ทำไมต้องยุบสภาทั้งๆ ที่ไม่มีปัญหาอะไรให้น่าระแวงใจ และมีขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนหน้าที่จะรู้ผลการเลือกตั้ง
                  ทั้งหมดคือความคิดตรงกันของชาวอียิปต์ ซึ่งทุกครั้งที่เกิดปัญหาของสังคมส่วนรวม ชาวอียิปต์แม้จะต่างพรรค ต่างศาสนา ก็จะมารวมกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อเรียกร้องความถูกต้อง ความเป็นธรรม และเรียกร้องสัญญา นี่คือสิ่งที่ดีของชาวอียิปต์ ลูกหลานฟาโรห์และศาสดาแห่งอียิปต์
                 ฟาโรห์ 2012 จะปกครองประเทศชาติด้วยอุดมการณ์ ด้วยความสามารถของตัวเอง และของสภาได้อย่างไร ในเมื่อทุกอย่างถูกขีดไว้ด้วยกระสุนปืน และคอยติดตามเป็นเงาติดตัวอยู่ตลอดเวลา คงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่ประชาชนจะยอมอยู่นิ่งเฉย เชื่อได้เลยว่าคงจะมีการประท้วงนองเลือดครั้งใหญ่อีกครั้ง หากสภาทหารยังไม่ยอมคืนอำนาจสู่สามัญชนอย่างที่เคยให้สัญญากันไว้
                 ขณะเดียวกัน หากผลการเลือกตั้งเป็นไปตามที่สภาทหารต้องการ สิ่งที่จะเกิดขึ้นและน่าจับตามองที่สุด คือถ้านายมูฮำหมัด มูรซี ชนะ ก็คงต้องยอมสยบอยู่ใต้กรอบต่างๆ ที่สภาทหารขีดวางไว้ จนเหมือนกับถูก “จูงจมูก” หรือกลายเป็น “หุ่นเชิด” ในเมื่อกำเนิดของพรรคภราดรภาพตอกย้ำภาพลักษณ์และชื่อเสียงไปในทางที่ทุกคนวิตกกังวลกันทั่วโลก สภาทหารจึงต้องแก้เกมนี้โดยเฉพาะ
                 แต่ถ้าหากนายอะหมัด ชาฟิก เป็นผู้ชนะ ทุกอย่างก็คงเข้าที่เข้าทาง เพราะการเมืองระบบเก่ายังดำรงต่อไป แม้นายอะหมัด ชาฟิก จะเป็นคนใหม่ รัฐบาลใหม่ แต่อุดมการณ์การทำงานก็ยังคงไว้ซึ่งแบบเก่า หลายๆคนในประเทศและต่างประเทศก็ยินดีด้วยเพราะไม่ต้องคอยหวั่นวิตกถึงการพัฒนาและการเข้าสู่สังคมโลกได้อย่างกว้างขวาง
                 อียิปต์ เป็นประเทศอิสลามที่ใจกว้างและหลากหลายรสชาติ อียิปต์เป็นประเทศที่อยู่แล้วรู้สึกถึงความปลอดภัย ชาวอียิปต์เป็นคนกันเองถ้าได้สนิทกันจริงๆจะรู้ว่าอียิปต์เป็นชนชาติที่น่าคบหาเป็นที่สุด และสามารถตายแทนกันได้ อาจจะเป็นคนตรงไปตรงมาแต่อียิปต์เป็นคนที่โกรธแล้วหายเร็ว และไม่ชอบสร้างศัตรูระยะยาว นี่คือสิ่งที่ดีของชาวอียิปต์ ไม่ว่าใครจะชนะ ผมก็ยืนยันว่า ผมรักอียิปต์ตลอดไป...
                  ... "ขณะที่ปั่นต้นฉบับเรื่องนี้ ผมรู้สึกคิดถึงและเป็นห่วงประเทศไทยเรา เพราะประเทศเราก็ไม่ได้สงบสุข มีการขัดแย้งทางการเมือง การแบ่งแยกสี และมีคราบน้ำตาที่ต้องสูญเสียครอบครัวและคนที่รักไป แต่ผมรู้สึกอุ่นใจที่ประเทศเรายังมี "พ่อหลวง" เป็นที่พักใจของพวกเราทุกคน ซึ่งชาวอียิปต์ไม่มีใครให้อุ่นใจได้เท่ากับประเทศเรา แล้วทำไมเราคนไทยถึงไม่เชื่อฟังคำที่ "พ่อหลวง" สั่งสอน และแบบอย่างที่ดีๆ นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดแล้วของคนไทยเรา
.......................................
(ฟาโรห์ 2012 ตัวจริงหรือแค่หุ่นเชิด ในอุ้งมือทหาร : เปิดโลกวันอาทิตย์ : โดย...ดลหมาน ณ ไคโร)
http://www.komchadluek.net/detail/20120624/133531/%E0%B8%9F%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B9%8C2012%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%94.html